iNmO_Khem 的个人资料Khem at next step of lif...照片日志列表 工具 帮助

日志


6月21日

What a good day and a day for good!

วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆ ตื่นแต่เช้าเพื่อไปจองคิวทำบัตรประจำตัวประชาชน หลักฐานที่ใช้ก็คือบัตรประจำตัวประชาชนเก่าและทะเบียนบ้านตัวจริง  สำหรับคนที่ต้องการเก็บบัตรเก่าเอาไว้ก็ต้องพาพยานที่เป็นญาติหนึ่งคนไปด้วยเพื่อยืนยันตัว และเสียค่าทำอีก 20 บาท เราขี้เกียจวุ่นวายเลยคืนๆ เค้าไปละกัน  รูปของบัตรใหม่นี่ก็ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าบัตรเก่าเยอะเลยดีจังๆ
 
ถัดจากนั้นก็ไปออกกำลังกายนิดหน่อยแล้วก็ไปบริจาคเลือดตามที่วางแผนไว้ (ทีแรกว่าจะไปบริจาคตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ดันมีนัดประชุมกับน้องเชียร์ซะก่อน)  ตอนนี้ก็เกินสองเดือนมานิดหน่อย (ครั้งๆที่แล้วไปเดือนมีนาคมกับแอน--แน่นอนว่าเทปไปด้วยแต่เทปไม่บริจาคอ่ะ)  ที่ไปช่วงนี้เพราะว่าเก็บเลือดไว้เลี้ยงสมองตอนสอบ GRE ก่อน (เวลาบริจาคเลือดเสร็จแล้วเราจะดูโง่ๆ พักนึง เพราะว่าเลือดน้อย 555)
 
ก่อนบริจาคเลือดควร:
- นอนมามากกว่า 6 ชั่วโมง
- ไม่ป่วย, บาดเจ็บ, เสียเลือดมาก
- ไม่กินยาปฏิชีวนะอะไรภายใน 7 วันที่ผ่านมา
- ไม่กินอาหารมันๆ มากมาในมื้อที่แล้ว
- อื่นๆ (โทรไปเช็คได้ 0-2252-4106-9)
 
เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเห็นฟอร์เวิร์ดเมล์ขอบริจาคเลือดให้กับคนป่วย วันนี้เลยโทรไปถามพ่อคนป่วยเค้าหน่อย พ่อเค้าบอกว่าน้องที่รอเลือดอยู่เสียไปแล้วอ่ะ T.T เศร้าใจ  วันนี้ตอนที่เขียนใบเขียวก็มีพี่เจ้าหน้าที่มาถามว่าพอมีเวลาว่างซักชั่วโมงครึ่งมั้ย เค้าจะขอให้บริจาคเกล็ดเลือด เราก็ว่างๆ อยู่พอดี เลยไปบริจาคเกล็ดเลือด
 
เกล็ดเลือด คือเซลล์เลือดชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณช่วยในการทำให้เลือดแข็งตัว และอื่นๆ  ที่เค้าอยากให้บริจาคเกล็ดเลือดโดยเฉพาะเพราะว่าการบริจาคเลือดปกติ (ที่ได้เลือดไปทั้งหมดนั้น) จะได้เกล็ดเลือดมาน้อยมาก (ประมาณ 5 ถุงเลือด จะได้เกล็ดเลือดเท่ากับที่บริจาคเกล็ดเลือด 1 ครั้ง) ซึ่งเกล็ดเลือดก็จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วยเหมือนกัน การบริจาคเกล็ดเลือด ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง โดยจะดึงเลือดออกมาปั่นเอาเฉพาะเกล็ดเลือด แล้วก็ส่งเลือดกลับไปในร่างกาย เจาะแขนแค่ข้างเดียว
 
ตอนเข้าไปแล้วเค้าให้ตรวจปริมาณเกล็ดเลือดก่อนปรากฎว่าไม่ผ่าน เลยบริจาคไม่ได้ แต่ว่าเค้าเช็คเจอว่าเม็ดเลือดขาวของเรามีเยอะมาก แล้วพอดีกลับมีเด็กที่บาดเจ็บรออยู่คนนึง เลยขอให้เราบริจาคความรู้สึกที่ได้จากการได้ช่วยใครซักคนให้มีชีวิตอยู่ต่อได้นี่มันรู้สึกแปลกๆ ดีนะ  เคยบริจาคเลือดมาครั้งนี้ก็ครั้งที่ 6 แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าเลือดของเราจะสามารถไปช่วยชีวิตคนอื่นได้จริงๆ ภายในคืนนี้เลย!!
 
การบริจาคเม็ดเลือดขาว ใช้เครื่องเดียวกับเครื่องที่บริจาค stem cell โดยวิธีจะคล้ายๆ การบริจาคเกล็ดเลือด แต่ว่าจะต้องใช้กลไกซับซ้อนกว่านิดหน่อย และไม่รู้ว่าเพราเหตุใด เลยต้องเจาะสองแขน เพื่อให้แขนนึงเอาเลือดออกไป และเอาเลือดเข้าอีกแขนนึง เวลาที่ใช้จะประมาณ 2 ชั่วโมง  เลือดที่ได้จะเป็นเลือดแดงข้นๆ ที่มีปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้มข้นกว่าเลือดทั่วไป  เลือดที่เจาะออกมาจะสามารถเก็บไว้ได้แค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น
 
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงจะดีที่หนึ่งคนจะได้มีชีวิตรอด  เพื่อนๆ ที่จะไปบริจาคเลือดอย่าลืมไปลองบริจาค platelet นะ เผื่อบางทีเลือดของคุณอาจจะสามารถช่วยชีวิตคนได้!
 
หลังบริจาคเลือดเสร็จก็เดินโง่ๆ สโลสเล (เพราะเลือดน้อย)มาที่ TCDC เพื่อฟังบรรยายต่อ คืนนี้จะเป็นการบรรยายในหัวข้อ "งานออกแบบของอิตาลี: ภาษาแห่งความแตกต่าง จากท้องถิ่นสู่สากล" โดย designer จากอิตาลี สิ่งที่น่าตลกก็คือคนที่บรรยายเค้าเป็นศาสตราจารย์จากอิตาลี ซึ่งพูดภาษาอิตาลี ซึ่งเราฟังไม่ออก (แม้จะไปอยู่อิตาลีมาอาทิตย์กว่าก็ฟังออกแค่คำว่า Grazie = ขอบคุณ เท่านั้น) เลยมีคนแปลสองคน ซึ่งคนนึงเป็นคนไทย แต่ทำหน้าที่แปลภาษาอิตาลีเป็นภาษาอังกฤษ  แต่ว่าอีกคนนึงเป็นฝรั่งแปลภาษาอิตาลีเป็นภาษาไทย ฮามากๆ ทำให้ไม่ชัดซักภาษา 555  อาจารย์เค้าพยายาม
พูดให้เรามีส่วนร่วมและขำ แต่คนแปลดันแปลไม่ทัน ทุกคนก็ฟังไม่ออก อาจารย์เลยทำหน้าเหมือนเล่นมุขแป้ก! 555 ส่วนเนื้อหาก็เป็นดังข้างล่างนี้...อ่านอาจไม่รู้เรื่องก็ได้ ไม่รู้ว่าคนแปลไม่รู้เรื่องหรืออาจารย์แกพูดไม่รู้เรื่องกันแน่ 555 (ซักพักนึงมีผู้ฟังกิติมาศักดิ์คนนึงอาสามาแปลให้แทน ตลกจริง)  อีกอย่างคือแกเตรียม powerpoint มาไฟล์นึง แต่เปิดหน้าแรกให้ดูหน้าเดียว (หน้าที่บอก title การบรรยายซึ่งไม่ใช่อันเดียวกับอันนี้) แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับรูปหั่นครึ่งของสถาปัตยกรรมแห่งหนึ่งในอิตาลีที่โชว์อยู่แม้แต่นิดเดียว เฮ้อ! จะเอามาทำไมฟะ?
 
ส่วนนิทรรศการนี่น่าดูจริงๆ "มันคิดได้ยังไง" ก้องอยู่ในหัวหลายครั้ง ที่ทึ่งที่สุดคงจะเป็นกล่องใส่ไอติมที่สามารถฉีดเจลให้ความเย็นเข้าไปเพื่อทำความเย็นได้แม้จะอยู่นอกตู้เย็น  อ้อ แล้วคนที่ไปฟังบรรยายจะได้รับแจกหนังสือ cataloge ของนิทรรศการมาเล่มนึง ใครสนใจยืมดูได้นะ
 

 

งานออกแบบของอิตาลี: ภาษาแห่งความแตกต่าง จากท้องถิ่นสู่สากล

Prof. Aldo Collonetti เป็นบรรณาธิการ Octagono ซึ่งเป็นนิตยสาร design ที่มีชื่อเสียงมาก เป็นผู้ควบคุมนิทรรศการ Foodesign ซึ่งเกี่ยวกับการออกแบบกับอาหาร ที่แสดงอยู่ที่ TCDC ในช่วงนี้อีกด้วย

International Style 
การสร้างอะไรซักอย่างที่มีลักษณะเป็นนานาชาติ concept นี้ทำให้ตึกหลายๆ ตึกขาดลักษณะ่ส่วนตัว (คำนี้ถูกใช้ในแง่ลบในวงการสถาปัตยกรรม)
  • เราควรออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถคงไว้ซึ่งคุณภาพและลักษณะเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกันต้องทำให้สามารถผลิตได้ในเชิงอุตสาหกรรมด้วย
  • คำถาม: จะใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยอย่างไรในการออกแบบ ไม่ใช่แค่ทำให้รู้สึกว่าเป็น "เอกลักษณ์ไทย" เท่านั้น
    • คำตอบ: ของแต่ละอย่างมีคุณลักษณะที่เป็นสากลของมัน เช่น เก้าอี้ไม่สามารถเอามาวางนอนแล้วใช้ได้ ระบบการผลิตของแต่ละสิ่งก็เป็นแบบสากล สิ่งที่จะสามารถเพิ่มเข้าไปได้ในงานคือเพิ่มทางด้าน form ซึ่งทำให้ความสวยงามเป็นสิ่งที่ความเป็นท้องถิ่นได้แสดงออกออกมา
    • ผู้ฟังเสริม: การออกแบบที่ต้องการในแบบ "Brand Value"การเข้าใจกระบวนการการผลิตจะทำให้สามารถนำการออกแบบเข้าไปทำให้เป็นผลผลิตได้ เช่น ผลผลิตการออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากผักตบฉวา
    • ผู้บรรยายตอบ: ขอเพิ่มเติมว่าของที่เป็นของในท้องถิ่น บางครั้งไ่ม่สามารถส่งออกได้ เพราะมีลักษณะที่เกิดจากการผูกพันกับสภาพแวดล้อมท้องถิ่นมากเกินไป ไม่เข้ากันกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นอื่นๆ
      • ยกตัวอย่างเช่น ซอสซัส--designer ชาวอิตาลีคนหนึ่ง (คนที่ออกแบบโดยใช้สีที่ contrast กัน) ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองไทย เค้าเอาสีที่มาจากดอกไม้ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สกัดออกมาเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งนำไปสร้างออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ได้
  • คำถาม: การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ (ไม่สอดคล้องกับ trend ที่ีมีกลุ่ม trend setter ที่กำหนด international design) จะทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย
    • คำตอบ: คุณต้องไม่ตาม trend เพื่อจะมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็น designer ถ้าตาม trend แล้วดังผมคงเป็น designer ไปแล้ว อย่าวางแผนการตลาดก่อนที่จะ design (เช่นการใช้สีตาม trend) เพราะเมื่อเราตาม trend แล้ว แต่มีคนก่อนคุณที่ทำผลิตภัณฑ์ตาม trend เหล่านั้นออกมาแล้ว คุณจะล้าหลังทันที (ความเสี่ยงของการ design) เราต้องมอง trend ให้ออกแล้วแหวกแนว (แต่ก็มีความเสี่ยงในอีกด้านหนึ่งเช่นกัน) ดังนั้นควรหาบริษัทที่ร่วมวางแผนที่จะเผชิญความเสี่ยงสองด้่านด้วยกัน "หากคุณตาม trend แล้ว ทำได้อย่างดีแค่เสมอ ไม่มีทางชนะ"
  • คำถาม: มีอะไรที่แนะนำให้คนไทยไปอิตาลี
    • คำตอบ: แต่ละประเทศมีคุณภาพและคุณลักษณะเฉพาะ อิตาลีก็มี เป็นประเทศที่มีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมดังนั้นเลยทำให้สามารถคุยกับเจ้าของกิจการเกี่ยวกับไอเดียที่มีได้ง่ายกว่าบางที่ เช่น อเมริกา, เยอรมัน, ฝรั่งเศส ดังนั้นอยากให้ศึกษาวิธีการที่ต่างกัน "80% ของ Designer ที่ยิ่งใหญ่ทุกคนเค้าทำงานกับบริษัทอิตาลี"
  • คำถาม: อะไรคือลักษณะเฉพาะของ designer ที่ยิ่งใหญ่ที่ได้กล่าวมา
    • คำตอบ: เค้าเก่งเพราะสามารถเสนอความคิดใหม่ๆ ที่ไม่ตาม trend เค้าไม่มีตัวของเค้าเองแต่เค้าเข้าใจความสามารถผู้ผลิต เค้าสามารถอ่านและเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตลาดกำลังต้องการพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ไม่ใช่อีกยี่สิบปีข้างหน้า
  • คำถาม: แนะนำให้อ่านหนังสืออะไร เพื่อเป็นแหล่ง inspiration
    • คำตอบ: อย่าอ่านหนังสือของ design ไปอ่านหนังสือปรัชญา, ประวัติศาสตร์, ศิลปะ, เศรษฐศาสตร์ซะ เพื่อที่จะทำให้ความคิดเพิ่มพูนมากขึ้น
6月19日

GRE Score

My GRE:
Verbal: 340/800
Qualitative: 790/800
 
Glad it has passed!
6月10日

พลุเฉลิมพระเกียรติที่สวนเบญฯ

เมื่อวานนี้ได้ไปดูพลุเฉลิมพระเกียรติมา  แต่การได้มาดูพลุจริงๆ มันจะได้บรรยากาศหลายแบบที่หาไม่ได้จากการดูผ่านทีวีนะ เช่น ไอดิน กลิ่นเหงื่อ ลูกร้อง คนด่ากัน และได้เห็นความน่ารักหลายๆ อย่างของคนไทย รวมทั้งนิสัยไม่ดีอีกหลายอย่างซะด้วยสิ
 
เริ่มต้นด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน โอ้โห วันนี้คนกว่า 98% ใส่เสื้อเหลืองหมดเลย เห็นแล้วรู้สึกดีจัง การที่คนเยอะๆ มาทำอะไรเหมือนๆ กันนี่น่าตื่นเต้นเสมอเลยแฮะ ^^
 
ไปถึงศูนย์ประชุมฯ ก็เดินหาซื้อเมาส์ที่ commart แล้วนัดเลอ, เร, เทป เจอกันที่ประตูรถไฟฟ้าใต้ดินตรงแถว food center ก่อน แล้วก็ไปช่วยนิมนต์ซึ่งสวีทมากับน้องก้อยเลือกซื้อ wireless LAN USB ได้ของ DLink มา ราคาประมาณ 990 บาท อ้อ ส่วนเมาส์เราได้เมาส์ตัวเล็กๆ ราคา 190 บาทมา ทีแรกว่าจะซื้อแบบ bluetooth แต่เห็นราคาแล้วเลิกคุย (มันอาจจะทนทานก็ได้นะ) คิดว่าเมาส์ตัวนี้คงใช้ซักปีหรือสองปี (ตามสภาพความทนของมัน) เลยไม่อยากเปลืองเงินมากมายนัก  ขณะเดินงาน commart เห็นคนสะพายกระเป๋ากล้อง ถือขาตั้งกันเยอะมากมาย ทำให้อยากได้ขาตั้งกล้องมากขึ้น (อันที่ใช้อยู่เป็นอันเก่าของกล้อง VDO พ่ออ่ะ)
 
หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวที่ food center เรานั่งเฝ้าที่โต๊ะก่อน ปรากฎว่าทั้งเลอและเทปได้ข้าวหน้าปลาซาบะมา (แอบคิดอยู่ว่ามันก็ไม่เห็นน่ากินเลย ทำไมถึงซื้อมาตรงกันฟะ) พอเดินไปซื้อบ้างก็เข้าใจทันที คือแถวข้าวหน้าปลาซาบะมันสั้นสุดนั่นเอง ~.~ แต่ก่อนที่เราจะได้ข้าวหน้าปลาซาบะเป็นจานที่สามของโต๊ะ ข้าวมันก็ดันหมดซะก่อน  เดินหาแป๊บนึงอยากกินราดหน้าหมี่กรอบ แต่เหลือบไปเห็นว่าแม่ค้ากำลังหยิบหมี่กรอบจานสุดท้ายราดหน้าให้ลูกค้าไปซะแล้ว เราก็เลยเดินไปถามว่ามีหมีกรอบอีกมั้ย แม่ค้าหอยหลอดก็มองหน้าเรานิดนึงแล้วก็ไม่ตอบอะไร  เฮ้ย! ชั้นไม่ได้มาขอกินฟรี หรือมาแทรกแถวนะ แค่ถามว่ามีป่าว ถ้าแกตอบว่ามีชั้นก็จะเข้าแถว ถ้าไม่มีจะได้ไปหาอย่างอื่น ทำไมทำอย่างนี้อ่ะ
 
เมื่อเสียอารมณ์ปุ๊บก็เลยไม่กินราดหน้าเลย  อ้อ อีกอย่างที่น่าเกลียดของศูนย์อาหารที่นี่คือการ "ไม่ทอนคูปอง" ทำไมถึงไม่ทอนฟระ ในเมื่อคูปองมันก็ออกแบบให้มีหลายราคา แค่หยิบทอนแค่เนี่ยจะเป็นอะไร คิดจะหากำไรจากคนที่มีคูปองไม่พอดีหรือยังไงเนี่ย  เป็นการกระทำที่แย่มากๆ เลยแล้วยังอยู่ในศูนย์ประชุมระดับชาติอีกด้วย
 
สุดท้ายก็ได้ข้าวผัดกุ้งมากิน (เตรียมคูปองไปพอดีนะ 555) หลังจากกินเสร็จก็จะไปแลกคูปองคืน คนที่มาแลกคูปองเยอะมาก เลยมีคนมาขอแลกเงินเป็นคูปองกับเรา ดันซวยอีกแล้ว เจอเจ้คนนึงมาแลกยี่สิบห้าบาท แล้วเราก็บอกแกว่าไม่มีห้าบาท ก็เลยแลกแค่ยี่สิบ พอเรายื่นคูปองให้แล้วก็วิ่งหายไปเลย แม่ง ไม่จ่ายตังค์เรา  แต่คนมันเยอะมากๆ เลยตามไปไม่ทัน  เอาเหอะ ขอให้มันท้องเสีย 555
 
 เสร็จแล้วซักห้าโมงก็มานั่งรอดูพลุ คนเยอะมากๆ เลย แล้วทุกคนก็ใส่เสื้อสีเหลืองกันเกือบหมด (เทปกับเลอใส่เสื้อขาวอ่ะ) ดีจังๆ  พวกเราตัดสินใจแยกๆ กันไปดู (กระจายความเสี่ยง) โดยเรา เทป พี่ย้ง (ที่เจอกันข้างในนั้นอ่ะ) ยืนอยู่ริมสระสวนเบญฯ ส่วนเลอไปยืนอยู่ตรงลูกกรงอีกด้านนึงของสระ เรไปอยู่ที่ลานจอดรถ
 
กว่าพลุจะมาก็อีกตั้งสองชั่วโมง ในระหว่างนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่อาจเห็นได้ถ้าไม่ได้มาดูพลุเอง คือ คนที่พยายามจะเดินเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ข้างในก็เต็มแล้ว  มีบางคนก็พูดดังๆ ว่าให้แบ่งทีกันบ้าง, บ่นพวกขาตั้งกล้อง, บ่นพวกคนที่นั่งอยู่ โอ้วเจ้ แล้วเจ้จะเดินเข้ามาทำไมฟะ ข้างในมันก็เต็มหมดแล้ว ฝ่าพวกผมเข้าไปก็เจออีกมากมายแหล่ะ
 
มีเจ้คนนึง แกปากกล้ามาก ใช้เสียงอันโอหังแหวกทางมาเรื่อย จนพักนึงก็มีผู้ชายคนนึงตะโกนโต้ตอบแก (แกบอกว่าทิ้งลูกไว้ข้างใน แล้วออกมาซื้อข้าวให้ลูก  มีประเภทนี้เยอะมาก เราคิดว่าถ้ามีเด็กจริงเด็กก็คงเป็นลมตายในนั้นแล้วหล่ะ) ขณะที่เจ้แกเดินไปก็บ่นๆ ว่าทุกคนนั่งบังทางแก, ไม่มีน้ำใจ, คนไทยหรือเปล่า  เฮียผู้ชายก็ตะโกนต่อว่าเจ้แก ว่าแกเดินวุ่นวาย ทำไมไม่นั่งให้เป็นที่เล่า โอ้ จากนั้นก็เกิดการด่าทอเล็กน้อย  สุดท้ายเจ้แกดันหลุด keyword มาว่า "ไอ้สัตว์" ฮะ โอ ทันใดนั้นฝูงชนที่หลบให้แกต่างตะโกนด่าแกกันระงมเลยฮะ  (กูหลบให้แล้วมึงยังปากดีอีก) <--- ไม่สุภาพๆ  เจ้แกรีบเดินหายไปหาลูกเลยฮะ  แหม อยากให้เจ้แกท้องเสียจังนะ
 
นี่แหล่ะคือบรรยากาศที่สนุกสนายดี ถ้าดูถ่ายทอดสดคงไม่เห็นนะ ^^
 
ตอนพลุขึ้นเนี่ยมันดันขึ้นตรงทีต้นไม้บังพอดี คนที่อยู่ตรงนั้นก็เลยผิดหวังกันมากมาย  มีกระแสคนเริ่มเดินออก ชัชวาลก็เลยรีบสอดตัวเดินสวนเข้าไป ดูๆ ก็ตลกดีน หลายคนมานั่งรอตั้งสองชั่วโมงแล้ว พลุนัดแรกขึ้นก็เดินออก
 
เมื่อเดินเข้าไปได้ที่ที่พอเห็นบ้างก็ปักหลักยืนต้านฝูงชนที่เดินทยอยออกบ้างเข้าบ้างอยู่ตรงนั้น แต่เพราะเหตุนี้ทำให้ขาตั้งที่เอาไปไม่ได้ใช้ เพราะว่าไม่สามารถตั้งได้ อารมณ์อยากได้ขาตั้งกล้องเลยหายไป
 
พลุส่วนใหญ่จุดติดๆ แม่น้ำอ่ะ แต่ชุดสุดท้ายนี่ดี มีพลุสูงๆ เยอะหน่อย อันนี้ก็ตลกดีตรงที่ว่าพลุชุดสุดท้ายจุดหลังเพลงสดุดีฯ ทำให้คนนึกว่ามันหมดแล้วเลยเดินออก (นับๆ พลุมาได้ 5 ชุดตามที่เค้าประกาศตั้งแต่แรก) แต่ชุดสุดท้ายดันเป็นชุดที่นานและสวยที่สุด หลายคนที่เดินออกไปแล้วคงเสียดาย 555
 
รูปที่ถ่ายมามีไม่สวย, สั่น เยอะมาก เลยตัดต่อรูปดีๆ มารวมกัน post ให้ดูรูปเดียวละกัน เดี๋ยวคืนนี้ไปแก้ตัวใหม่
 
หลังพลุเสร็จคุณอ๊อดโทรมาชวนให้ไปราชดำเนินต่อ เอาสิครับ อารมณ์กำลังคึกเลยไปกันต่อ แต่คนเยอะมาก เลยเดินตั้งแต่ศูนย์ประชุมฯ มาที่สถานีรถไฟฟ้าอโศก แล้วต่อรถไฟไปลงที่ราชดำริ (เรเอารูปไปสั่งอัด) แล้วนั่ง taxi ต่อไปราชดำเนิน
 
ไฟที่ราชดำเนินสวยมากๆ แต่ยังถ่ายได้แค่นิดเดียว เดี๋ยววันอาทิตย์จะนัดกันไปถ่ายต่ออีก
 
หลังจากนั้นก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแถวบ้านเลอ เผ็ดโคตรๆ แต่ก็อร่อยดี ตั้งแต่กลับจากอิตาลีก็เพิ่งได้กินของเผ็ดๆ วันนี้แหล่ะนะ ^^
 
สำหรับพลุเมื่อเทียบกับที่ได้ดูที่ญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่าน้อยจังเลยอ่ะ ~.~ ก็นั่นแหล่ะ ประเทศเราไม่ได้ส่งออกพลุนี่คร๊าบ
5月31日

Tomorrow...to Thailand

พรุ่งนี้จะได้กลับบ้านซะที
 
อยู่นี่ก็สนุกดี แต่ก็เบื่อบ้าง
 
ตอนนี้อยากนอนเต็มที่ซะหน่อย
 
ถ่ายรูปมาน้อยกว่าที่กะไว้ แต่ก็โอเคแหล่ะ
5月15日

2 Days Before flight

วันนี้ตอนเช้าก็ไปจัดการธุระต่างๆ ที่มหาวิทยาลัย ได้ proof หนังสือรุ่นรอบแรกแล้วทำให้สบายใจขึ้นเยอะมาก เพราะว่า artwork นั้น work จริงๆ หน้าตาส่วนใหญ่ลงตัวและสวยกว่าทุกๆ ปี และก็ไม่มีเรื่องน่ายุ่งมากนัก ให้หนุ่ย อ๊อด ตี๋ นิก ช่วยกันดูก็คงเอาอยู่
 
ข่าวดีวันนี้ก็คืออาเจ็กเรา OK ให้สปอนเซอร์ และที่ phenomenon party พี่บอลก็บอกว่ากำลังทำเรื่องให้อยู่ วันพุธจะได้คำตอบ ส่วนที่ Bangkok City Ballet ก็ OK แล้ว ขอบคุณหมิ่นมากๆ โดยรวมแล้วคิดว่าโครงการตอนนี้ก็ไม่วิกฤตมากนัก
 
สำหรับคนที่ยังไม่รู้ หนังสือรุ่นราคา 453 บาท (ตามรหัสรุ่นเลย) แต่ว่าจะลดให้ 3 บาท ส่วนคนที่จองก่อนหน้านี้เรายังคงยืนยันราคาเดิมที่ 350 บาท เพื่อขอบคุณที่ช่วยเราจอง ทำให้สามารถประมาณยอดได้ตั้งแต่ต้น สั่งพิมพ์ไป 400 เล่ม (ยังไม่เปลี่ยน) หลังจากปรึกษาเอกกับมนแล้ว คิดความเสี่ยงกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ปิดเล่มสิ้นเดือนนี้ น่าจะพิมพ์ทันซ้อมพอดี
 
ติดต่อป้าไก่กับปิงเรื่องการขายให้แล้ว จะแจกและขายบริเวณใต้ตึกใหม่วันซ้อมสองวันและวันถ่ายรูปอีก 1 วัน และหากน้องฟิตก็วันรับปริญญาด้วย (แล้วแต่ความฟิต) คิดว่าถ้าไม่ขาดทุนมากนักก็คงแบ่งเงินค่าเหนื่อยให้สโมฯปีนี้บ้าง อย่างน้อยก็พอมีหวังว่าจะไม่เป็นภาระน้องในระยะยาว
 
ส่วนคนที่อยากได้หนังสือรุ่นรุ่นก่อนๆ ก็ขายในราคา 100 บาท เงินทั้งหมดเข้าสโมฯ เช่นกัน
 
ตอนนี้ก็จะสามทุ่มแล้ว วันนี้ช่วงบ่ายมานั่งแก้ poster ที่ lab เหนื่อยมากๆ เพราะว่าไม่มีใครที่เข้าใจงานเต็มทั้งชิ้นนอกจากอาจารย์เลย แล้วอาจารย์ก็ไม่ค่อยว่างอยู่ดูให้ แต่ก็สบายใจได้ที่พรุ่งนี้เป็นวัน deadline แล้ว เลยต้องเสร็จวันนี้ ก็ปิดไปอีกหนึ่งงาน
 
ส่วนเรื่องโปรแกรมก็กลายเป็นว่าไม่ต้อง demo แล้ว แต่ก็ทำจนเสร็จแล้ว OK แหล่ะ
 
 
เล่าเพิ่มเติมเผื่อมีคนสนใจ (หาอ่านอันแรกได้จาก entry ที่มีแผนที่อิตาลี)
สิ่งที่เราทำอยู่เป็น Knowledge Portal ที่จะประมวลความรู้ให้กับผู้ใช้ เว็บจะไม่เหมือนพวก sanook.com เพราะเว็บเองจะมี crawler ไปรวบรวมความรู้จากเว็บต่างๆ extract ส่วนสาระจริงๆ และรวมไว้ให้
 
ทีนี้การที่จะรู้ว่าต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้างก็อาศัยสิ่งที่เรียกว่า Pragmatic Ontology ไอ้นี่ให้มองเป็นชุดที่เชื่อมโยงกันของ concept เรื่องที่สนใจก็ได้ เช่น ของเรื่อง ข้าว ก็มีลูกๆ ข้างเคียงได้แก่ พันธุ์, โรค, ศัตรูพืช, การขยายพันธุ์
 
เมื่อมีความรู้พวกนี้เราก็สามารถเข้าไป crawl ข้อมูลเพื่อมาเติมช่องต่างๆ ให้เต็มได้
 
สำหรับข้อมูลแต่ละหน้าที่ได้มาก็จะถูกวิเคราะห์และใช้ Ontology อีกอันที่เรียกว่า Task-oriented ontology อันนี้จะคล้ายๆ กับข้อสอบเติมคำในช่องว่าง โดยมีข้อสอบเรียกว่า Frame และมีช่องว่างเรียกว่า Slot เมื่อ crawler ไปเอาหน้ามาและโปรแกรมวิเคราะห์ทำหน้าที่วิเคราะห์แล้วก็จะพยายามมา เติมคำในช่องว่าง ให้ slot เหล่านี้ ตัวอย่าง Frame (แบบเข้าใจง่ายๆ เช่น
 
ข้าวพันธุ์______ มีลำต้นสูง_____สามารถปลูกได้ดีในภาค______
 
การสร้าง Ontology ทั้งสองอันเป็นแบบอัตโนมัติ (งานวิจัยของพี่ป.เอกสองคน)
 
เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้ก็เอามาตอบคำถามผู้ใช้ได้ (แบบที่อธิบายไปตอนที่แล้ว)
 
 
หวังว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านคงรู้เรื่องที่เรากำลังทำอยู่ไม่มากก็น้อยนะ
ไว้ไปอิตาลีแล้วจะถ่ายรูปมาฝากเยอะๆ เลย
5月1日

เล่าเรื่องตัวเองบ้าง

วันนี้ขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวเองบ้างดีกว่า ถึอเป็นการ update ให้ทุกๆ คนได้ทราบทั่วกัน
 
ไปอิตาลี
จะได้ไปอิตาลีแล้ว! แต่ไม่ใช่ไปเรียนต่อนะ ไปเพื่อ present งานของที่ lab ต่างหาก ระหว่างทางก็จะแวะที่ฝรั่งเศสด้วย
 
ก่อนอื่นจะลงที่ Toulouse (ฝรั่งเศส) ก่อน อาจารย์คุยงานสองวัน แล้วนั่งรถรางไป Genoa (อิตาลี) (ภาษาอิตาลีเขียนว่า Genova!!!) ซึ่งเป็นที่ฟัง conference แล้วกลับมาเยี่ยม lab ที่ Grenoble
Map of France highlighting the City of ToulouseLocation within ItalyLocation within France
แอบไปอ่านใน wikipedia มาก็รู้ว่าเป็นเมืองเก่าของอิตาลีทีเดียว รู้สึกว่าเป็นเมืองที่อยู่ติดทะเลนะ เลยหวังว่าคงจะได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ บ้าง แล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูเยอะๆ เลย ^^ พี่ที่ไปด้วยเล่ากำหนดการให้ฟังแล้วก็บอกว่าคงไม่ได้เที่ยวไหน เพราะมีงานทุกวัน แต่ก็คิดว่าคงสนุก แค่ไปถ่ายภาพบ้านเมืองแปลกตาก็น่าจะสนุกแล้วนะ
 
ไปทำไม
ไปร่วมการประชุม LREC2006 (The International Conference of Language Resource) เรื่องที่จะไปพูดคือ Ontology-driven Knowledge Portal เล่าคร่าวๆ ให้ฟังก็คือเป็นเว็บที่บริการข้อมูลความรู้นั่นแหล่ะ แต่มีจุดที่แตกต่างจาก Web Portal ทั่วไป (เช่น sanook.com) ก็คือใช้ Ontology เป็นแกนหลัก  สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ใน field ภาษาศาสตร์ก็คงจะไม่เข้าใจคำนี้ ภาษาชาวบ้านก็คือ network ของความสัมพันธ์ระหว่างคำต่างๆ นั่นแหล่ะ เช่น ข้าว = rice หรือ ส้ม เป็น พืชสวน เป็นต้น
 
ทีนี้การเอา Ontology มาช่วยก็จะทำให้เว็บเรา "ฉลาด" ขึ้นจะเล่าเรื่องสมมติให้อ่านจะได้เข้าใจได้ มีชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วคนหนึ่งสงสัยว่าแมลงศัตรูข้าวที่เจอในนานี่จะกำจัดมันยังไงดี แต่ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วดันไม่รู้ว่าแมลงตัวนั้นชื่ออะไร google ก็เลยช่วยชาวนาคนนั้นไม่ได้ แต่ชาวนาคนนั้นจะไม่ต้องร้องไห้เสียใจถ้าเข้ามาในเว็บเรา เพราะเรามีบริการ Know-what ที่สามารถบอกได้ว่าแมลงลักษณะที่ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วเจอเป็นแมลงชนิดไหน โดยให้ชาวนาแค่ป้อนลักษณะทางกายภาพ เช่น ความยาวลำตัว, สี, จำนวนปีก, ฯลฯ  ระบบเราก็จะบอกได้ทันทีว่าเป็นแมลงชนิดไหน
 
จากนั้นชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วก็ดีใจมาก เข้า google พิมพ์แล้วกด search แต่ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วก็ต้องตกใจอีกว่า โอ้วววว จอร์จ มันมีหน้ามากมายเหลือเกิน ชั้นต้องอ่านหมดนี้เลยเหรอเนี่ย พอคลิ๊กเข้าไปอ่านหน้าแรก หน้าสอง หน้าสาม ก็พบว่าเจอข้อมูล ทั้งลักษณะ, การกำจัด, ฯลฯ แต่ว่าก็ไม่ค่อยสมบูรณ์ ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วก็เลยเปลี่ยนกลับมาที่เว็บของเราอีกที กดที่ Know-how แล้วก็ค้นหาว่าวิธีกำจัดแมลงนี้ทำไง ใน Ontology ก็มีข้อมูลการกำจัด ซึ่งได้สรุปมาจากเว็บต่างๆ โชว์ให้ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วทันที พร้อมทั้งมี link ไปยังหน้าที่ได้สรุปข้อมูลมาอีกด้วย
 
ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วก็ดีใจเป็นอันมาก แต่สองเดือนต่อมาก็พบว่ามีปัญหาอีกครั้ง!!!ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊ว เกิดสงสัยขึ้นว่าทำไมถึงมี และมันแพร่ระบาดมาจากไหน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะค้นหาข้อมูลยังไงดี ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วก็เลยเข้าเว็บเราอีกที พบว่ามีระบบ Event-tracking ที่รวบรวมและติดตามข่าวเกี่ยวกับแมลงชนิดนี้ไว้ ทำให้ ชาวนาหน้าตาบ้องแบ๊วสามารถดูได้ว่าแมลงนี้แพร่จากจังหวัดไหน มาจังหวัดไหน จำนวนเท่าไรบ้าง
 
ตัวอย่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของเว็บที่เราจะไปนำเสนอนี้มันเป็นยังไง ถึงได้เอาไปพูดใน conference ระดับโลกอย่างนี้ได้ แต่ผลงานทั้งหมดนั้นเป็นงานที่พี่ๆ ปริญญาเอกที่นี่ทำกันอยู่ เราแค่เอามาช่วย integrate แล้วเตรียมไป present เท่านั้นเอง ^^
 
ใครไปบ้าง
ก็จะมีเรา อ.อัศนีย์ (นักวิทย์ฯพี่เลี้ยงของเราที่เป็นหัวหน้า lab) และพี่ดา เป็นนักภาษาศาสตร์ แต่ตอนที่ไปจากฝรั่งเศสไปอิตาลีก็จะเป็นเรากับพี่ดาสองคน ส่วนอาจารย์จะอยู่คุยงานที่ฝรั่งเศส
 
เดินทางวันไหน
เดินทางวันที่ 17 พ.ค. ครับ ยังไม่แน่ใจว่าเวลาเครื่องออกจะกี่โมง แต่ไม่ต้องมาส่งหรอก เพราะวันนั้นคงวุ่นวายปุ่นงานที่จะไป present นั่นแหล่ะ ยังไงก็เจอกันวันที่ 16 พ.ค. ตอนไปส่งพี่โอ๊คละกัน  กลับวันที 1 มิ.ย. จ้า เลยพลาดงาน Sci camp เลย (เสียดาย อดเข้า Siam Ocean World)
 
ของฝาก
กะจะซื้อเป็นขนมๆ มาอ่ะ ใครอยากได้อะไรพิเศษให้รีบบอกก่อนละกันนะ (ป.ล. เอาผู้ชายอิตาลีมาไม่ได้นะไอ้โบ๊ท) ซื้อมาแล้วคงเอาไปวางไว้ทีสโมฯนะ ใครจะกินก็กิน
 
รูป
ถ่ายแน่นอนฮะ ตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 รูปขึ้นไป เตรียมรอชมกันได้เลย
 
เรียนต่อ
ตอนนี้ส่งใบสมัครไปหลายที่แล้วนะ
ก.พ. : รอสอบวันที่ 3 - 4 มิ.ย.
Fulbright, Panasonic, Okasaki Kaheita: รอประกาศผลแล้วเรียกไปสัมภาษณ์
Monbusho: รอสมัครและสอบ กรกฎาฯ
Edinburgh: ได้ conditional offer มาแล้ว เพิ่งส่ง transcript กลับไป เดี๋ยวเค้าจะส่ง unconditional offer มาให้ แต่คิดว่าคงไม่ได้ไปที่นี่แล้ว เพราะหาทุนไปเรียนไม่ได้อ่ะ
 
หนังสือรุ่น
ตอนช่วงพฤษภาที่ไม่อยู่นี่ต้องถ่ายให้คนอื่นช่วยดูให้ เป็นช่วงที่สำคัญมากด้วยเพราะต้อง proof ด้วย ได้ฝากเพื่อนๆ ดังนี้ : หนุ่ย+นิก ให้ช่วยดู proof ตัวเล่ม, ตี๋ ให้ช่วย proof artwork, มน ให้ช่วยติดต่อเรื่อง sponsor, อ๊อด ให้ช่วยเรื่องประสานงานกับโรงพิมพ์และภาควิชา (ยังไม่ได้บอกอ๊อดเลย), เลอ ดูแลการเงินอยู่แล้ว, ป้าไก่ ให้ช่วยดูแลเรื่องการแจงหนังสือ (ยังไม่ได้ติดต่อป้าไก่เหมือนกัน) ใครอยากช่วยเรื่องไหนบอกอีกได้นะ
 
งานอื่นๆ
ตอนนี้ก็มีงานในมือดังนี้
1. Tonatics: เป็นโปรแกรมแก้สระลอย ตอนนี้ทำเป็น command prompt ออกมาได้แล้ว กำลังแจกจ่ายให้ทดสอบอยู่ และคิด user interface แบบใหม่ได้แล้ว คงจะ develop เมื่อว่าง แน่นอนว่าเรา open source เดี๋ยวคงเอาไว้บนเว็บที่ lab และไปประกาศตามที่ต่างๆ แหล่ะ
 
2. Lost & Found Web: อันนี้ที่พูดไปใน blog ก่อนๆ คิดว่าคงจะทำแล้วให้น้องชาไป plug กับเว็บสโมฯ แต่ว่าก็ไม่ชัวร์ว่าจะได้ทำเมื่อไร เลยไม่ได้บอกอะไรกับใคร ใครอยากช่วยก็บอกได้นะ งานนี้งานอาสาสมัครล้วนๆ
 
3. Treebank Editor: เป็น web interface สำหรับแก้ syntax tree ที่ได้จากประโยคภาษาไทย อันนี้ทำต่อจากพี่วีร์ ซึ่งตอนนี้ไปอยู่ฝรั่งเศส เป็นโปรแกรมของ lab ฮะ
 
4. Parser for Treebank: อันนี้จะส่งเป็นโครงการของ JSTP จะได้ปิด project ที่ทำอยู่ซะที
 
5. The Proof Raeder: (เราพิมพ์ถูกแล้ว) เป็นหนังสือ guide book สำหรับสาราณียกร ยังไม่ได้เริ่มซะที ว่าจะรวมทำเนียบสาราณียกรในยุคหลังไว้ในนี้ด้วย
 
6. The Smorisia: ให้เลอ โบ๊ท หนุ่ยไปรวมทุกอย่างที่มีแล้ว ยังไม่มีใครส่งมาให้ซะที แล้วชั้นจะเริ่มทำยังไงเนี่ย!!
 
7. Sea~Sun~Summer: คงยังไม่ทำจนกว่าจะมีอารมณ์มากกว่านี้
 
9. Sivava Web: ได้งานนี้มาจากพี่ชายและพี่สาว (ลูกพี่ลูกน้อง) เป็น design และออกแบเว็บ คงจะเริ่มทำไปเรื่อยๆ เมื่อมี idea
 
อื่นๆ
GRE: สอบวันที่ 19 มิ.ย. ยังไม่ค่อยได้อ่านอะไรเลยนะ
Bioinformatics: ตอนนี้เรียน v-class อยู่ แต่ก็ไม่ค่อยได้เข้าไปเรียนเท่าไร ต้องพยายามจัดเวลาให้เรียนสัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงดีกว่านะ
4月29日

Google SketchUp

วันนี้ได้ลองโหลดโปรแกรม Google SketchUp เป็นโปรแกรมสร้างภาพ 3D ง่ายๆ (เค้าสร้างให้ใช้กับ Google Earth อ่ะ)
 
โหมดต่างๆ ก็พอใช้ได้ เหมาะสำหรับคนต้องการภาพสามมิติง่ายๆ ไม่เล่นสีเล่นแสงอะไรมากนักนะ แต่เราคิดว่าเป็นโปรแกรมที่วาดภาพสามมิติได้ง่ายมากๆ เลยทีเดียว ลองโหลดกันมาดูนะ
 
4月22日

Blognone Techday & awful movie

BN-Badge1
Today I've join Blognon Techday -- a technology discussion.
 
วันนี้ไปงาน Blognone Techday มา เค้าจัดเป็นงานคุยสบายๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี เรื่องที่ฟังแล้วรู้สึกดีคือ Ruby on Rails คือคนพูดมาพูดได้ overview และลงทำจริงให้ดูทำให้รู้สึกว่าได้รู้คร่าวๆ อยากลองดูต่ออีก น่าเสียดายที่คนพูด Python on Zope นี่พูดไม่รู้เรื่องไปมาก + ไม่มีจุดอะไรมาพูดเป็นหลัก และที่สำคัญคือไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับ Python เลย น่าเสียดายจริงๆ อุตสาห์กำลังสนใจระบบนี้อยู่ ส่วนคนอื่นๆ ก็พูดไม่ค่อยประทับใจเท่าไร แต่อาจารย์มะนาวมาพูด Game Theory น่าสนุกจริงๆ มิน่าหละพี่ๆ ที่เกษตรถึงได้ประทับใจแกนักหนา
 
ถ้ามีงานนี้อีกก็จะไป คิดว่าคราวหน้าคนจัดคงจะกรองคนมพูดมากกว่านี้ เค้าบอกว่าประมาณปลายๆ ปีจะจัดใหม่ ถ้าช่วงนั้นยังอยู่ไทยก็คงจะชวนคนไปเยอะๆ
 
The Chinese Tall Story movie is SUCKS!

วันนี้ดูหนังเรื่องคนลิงเทวดา (chinese tall story)

เป็นหนังที่ effect แจ๋งมาก การเรียบเรียงภาพทำได้ดี เพลงเพราะและประทับใจ แต่เสียอย่างเดียว บทห่วยแตกมาก แต่ละอย่างไม่มีความสัมพันธ์กันเลย เอาเรื่องดีๆ อย่างไซอิ๋วมายำเละไปหมด (มีฉากลอก the Matrix มาด้วย) ในตัวเรื่องเองก็ไม่ปะติดปะต่อดี (แอบรู้สึกเหมือนเขียนว่าอยากใช้ CG อะไรบ้างแล้วค่อยมาเรียบเรียงเรื่อง)

รู้สึกรับไม่ได้ที่เอาเรื่องทดีดีมาทำจนยับเยินขนาดนี้

ดูแล้วเหมือนเป็นหนังที่ออกมาเพื่อเป็นข้อพิสูจน์ว่า คนจีนก็ทำหนังกราฟฟิกขนาดนี้ได้เหมือนกันนะ

4月20日

Nerd Test

I am nerdier than 80% of all people. Are you nerdier? Click here to find out!

 

โอ เราเนิร์ดอ่ะ

ลองทำดูดิ http://www.nerdtests.com/ft_nq.php?im

4月19日

Many to writes

but the time is short.
 
ช่วงนี้รู้สึกว่าได้กลับมามีชีวิตชีวาที่ยุ่งเหยิงอีกครั้ง ทำอะไรๆ เยอะมาก ได้แก่
- อ่าน GRE
- ปั่น Essay สำหรับใบสมัครทุนต่างๆ
- คิด Project Parser
- ศึกษา Ontology (เพื่อเตรียมไป present ที่อิตาลี (ถ้าโชคดี) และไปช่วยทำงานที่อิตาลี (ถ้าโชคดีกว่า หรือเปล่า???)
- ศึกษา JSP เพื่อช่วยทำงานข้างบน
- เตรียมเรื่องหา Sponsor หนังสือรุ่น
- เตรียมเรื่องถ่ายรูปส่งก.บ.จ. หอยหลอด
- ออกกำลังกายเพื่อให้ผอมลง (กว่านี้ก็ยังดี)
- รูปชุด Sea - Sun - Summer (ซึ่งคงไม่เสร็จไปอีกนานนนนนนนนนน)
- เขียนหนังสือ 1 เล่ม เกี่ยวกับงานสาราฯ
- ทำสรุปประกันคุณภาพของกิจกรรม 47 - 48 (ช่วยน้องเอกกี้ ซึ่งน้องเอกกี้ยังไม่แบ่งงานมาให้ ดังนั้นดองไว้ก่อน)
- เรียน bioinformatics online course
 
อยากเขียนอะไรมากมายแต่ว่าต้องไปทำสิ่งเหล่านี้ต่อแล้ว ช่วงนี้เหมือนเป็นการชดเชยที่ไปเที่ยวมาอย่างกระหน่ำหล่ะมั้งนะ แต่ก็ดีแล้วเพราะว่าได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาอีกตรึมเลย
 
มันเหมือนกับว่าเรามีช่วงของชีวิตนะ ซึ่งแต่ละช่วงก็จะมีลักษณะต่างๆ กันไป บางช่วงก็ราบเรียบ (ช่วงที่ไปเที่ยว ช่วงที่สอนงานคนอื่น) บางช่วงก็ค่อยๆ ชันขึ้น (ช่วงที่เรียน ช่วงที่ทำ project) บางช่วงก็ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว (ช่วงนี้ไง)  โอสู้เค้าเข็ม สู้เค้าทุกๆ คน 
 
อยากรู้จังว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เป็นไงกันบ้าง
หมิ่น: อ่าน GRE ไปถึงไหนแล้วอ่ะ เราไม่ค่อยได้อ่านเลย แต่ตอนนนี้จะจัดเวลา 1 ชั่วโมงสำหรับท่องศัพท์แล้ว
เอก: TOEFL เป็นไงฟะ ได้ยินข่าวว่าเครียดหนัก ไม่ต้องเครียดเลยแก just read and practice it!
ตี๋: ได้งานยังเนี่ย?? รีบๆ หาเข้าก่อนจะหมดไฟนะเว่ย
อ๊อด: ได้ข่าวว่าไปแย่งงานกับชิตทำที่ร้านกล้อง เป็นไงบ้างอ่ะ
หนุ่ย: แกไปลงบ่อที่ไหนแล้ววะ แล้วจะสอบ GRE ป่าวเนี่ย take course อีกปีนี่มึงแก่เลยนะเว่ย เดี๋ยวก็ชนกับ Topo ป.โทอีกหรอก
โป้ง: เป็นไงบ้าง หวานชื่นกับความรักเสร็จแล้วอย่าลืมอ่าน TOEFL นะ
เอฟ: แกอย่ามัวแต่ชวนไอ้โป้งเล่นเกมดิ
น้องแทน: ฝึกงานน่าสนุกนะ แต่ admission หอยหลอดมันต้องทำให้แกปวดหัวแน่ๆ เลย
น้องปิง: ได้เริ่มหาเงินยัง เดี๋ยวเราจะไปช่วยหา (จะหามาทำหนังสือรุ่นอ่ะ)
น้องแน็ค: ปิดเล่มรายงานไปแล้วสบายหล่ะสิ ตอนนี้ทำอะไรอยู่หล่ะเนี่ย???
น้องแซป: มาเป็นสาวก Python ซะดีๆ 555
น้องจอย: Cheer เป็นไงบ้างครับ น่าเสียดายที่ไปสัมมนากันไม่ได้
น้องชา: ตกลง Debian สำเร็จป่าว ถ้าไม่ work ลองลง ubuntu ดิมัน based on debian เหมือนกันแต่น่าใช้กว่าเยอะเลยนะ
 
และคนอื่นๆ อีกมากมาย ไว้ถ้าว่างกว่านี้จะหาเวลาไปเมาท์
4月5日

Acceptance Day!

This is my acceptance day! I've got an acceptance e-mail from University of Edinburgh & AVIST.
 
วันนี้เป็นวันแห่งการตอบรับ ได้เมล์จาก Edinburgh และที่ AVIST ของ Edinburgh เค้ารับเราเข้าเรียนแล้ว เดี่ยวจะส่งรายละเอียดมา (แต่ยังไม่ได้ให้ทุน ต้องสมัครทุนไปอีกที) ส่วนของ AVIST นี่ได้ทุนสำหรับเรียน online course Bioinformatics แล้ว
 
ถ้าได้ไป Edinburgh จะได้เรียน MSc on Bioinformatics ระยะเวลาเรียน 1 ปี ทุนที่หวังไว้ตอนนี้คือ Shell Centenary Scholarship ซึ่งอาจจะไม่ได้ 555 เพราะว่าเลย deadline ไปแล้วอ่ะ T.T แต่เค้าเพิ่ง offer ที่มาให้เราเลยเมล์ถามไปแล้วหล่ะว่าจะให้ชั้นหรือเปล่า ถ้าไม่ให้... ก็ไม่ไป 555 หาทุนต่อไป...
 
ส่วน AVIST นี่เรียนออนไลน์เกี่ยวกับ bioinformatics เข้าไปดูแล้วท่าทางน่าสนุกดี น้องรหัสแน็คกี้ก็ได้ทุนนี้เหมือนกัน  
เย่
4月4日

Today is the first day of the rest of your life.

When we want to do something special, we wait for some special day.
 
ถ้าจะทำอะไรที่พิเศษๆ หลายคนก็รอวันที่พิเศษ ทุกคนคงเคยได้ยินวลี "เนื่องในโอกาส..." กันบ่อยครั้งในการจัดงานพิเศษๆ ต่างๆ
 
ลองหันกลับมามองวันนี้บ้างซิ ว่าเป็นวันพิเศษหรือเปล่า 
 
เมื่อวันอาทิตย์ได้ดู The Nanny ซึ่งเป็นหนังตลก series ในช่อง Hallmark ก็รู้สึกแปลกใจจริงๆ ที่ได้ประโยคที่ประทับใจมา
 
พี่เลี้ยงพูดกับเด็กหญิงว่า เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้เลย "Today is the first day of the rest of your life."
 
โอ งั้นเราจะ format เครื่องวันนี้แหล่ะ เจอกันพรุ่งนี้จ้า
 
I'll reformat my computer today, see you tomorrow!
4月1日

ว่าด้วยเรื่องบทสวดมนต์

About the prayer
 

วันนี้ได้มาเยี่ยมลูกพี่ลูกน้องที่สำนักสงฆ์ (สถานที่ที่ในอนาคตจะถูก upgrade  ดป็นวัด) ในจังหวัดโคราช และได้ร่วมพิธีทำวัตรเย็นด้วย สิ่งแรกที่ได้รับคือหนังสือสวดมนต์ ซึ่งพลิกดูก็เห็นว่ามีทั้งบทสวดที่คุ้นเคย, คุ้นเคยบางส่วน, และบทสวดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

สำหรับบทสวดที่คุ้นเคยก็เหมือนที่เรียนมาสมัยประถม มัธยม ก็ร่วมสวดไปอย่างมีความสุข เพราะรู้และเข้าใจความหมายดีๆ ของแต่ละท่อนที่ได้สวดไป ผ่านมาซักพักก็เริ่มมีบทที่คุ้นเคยบางส่วน เช่นบทอิตปิโสฯ แต่มีการเสริม extension ไปเยอะเหมือนกัน ก็ยังพอเข้าใจและเดาความหมายตามบาลีได้ สวกไปอีกซักพักก็ได้เจอกับบทที่ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน ซึ่งบางบทก็มีคำอธิบายภาษาไทยอยู่ตอนท้ายด้วย

 

Have you seen the buddhism prayer? Nearly all of them is in Pali! (We don't understand them!)

 

ที่น่าสังเกตคือกว่า 80% ของบทสวดเหล่านี้ไม่มีคำแปลที่จะให้คนไทยอย่างเราอ่านรู้เรื่อง!!! โอ เราเลยรู้สึกเสียเวลาในการสวด เสียดายค่าพิมพ์หนังสือ ไม่รู้ว่าจะมีคนรู้สึกเหมือนเราหรือเปล่าว่าถ้าเราสวดมนต์โดยที่เรารู้ความหมายจะดีกว่า

ใครที่ยังจำวิชาพระพุทธศาสนาสมัยม. ปลายได้จะเห็นว่าความหมายของแต่ละบทก็พยายามเน้นให้เราทำความดี ละเว้นชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ ์ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา

 

ดังนั้นทำไมเราไม่สวดมนต์เป็นภาษาไทยซึ่งจะทำให้เรารู้และเข้้าใจพระพุทธศาสนาได้ดีขึ้น?

 

Why? I think that for the preservation of meanings, they use the dead language, i.e. Pali.  It is the same reason as using Latin for species name.

 

วันนี้ ขณะนั่งสวดอยู่ก็ปิ๊งคำตอบขึ้นมา โดยรำบทสวดมนต์ไปเทียบกับชื่ิอ species ทางชีววิทยา และภาษาบาลีก็เทียบกับภาษาละติน เราคิดว่าคงเป็นเพราะการที่อยากจะรักษาความหมายของบทสวดไม่ให้บิดเบือนไป จึงบันทึกโดยใช้ภาษาที่ตายแล้วกระมัง

 

My dad's opinion is "It sounds more sacred!".

 

เมื่อคุยเรื่องนี้กับป๊า ป๊าก็ให้ข้อสังเกตอีกอย่างว่าที่ยังใช้เป็นเพราะมันดูขลังกว่าหรือเปล่า? เออเนอะ นี่ก็น่าคิดอีกเหมือนกัน เพื่อนๆ มีความเห็นว่าไงหล่ะ

 

So, what should we do?

 

อย่างไรก็ตามถ้าสวดด้วยภาษาบาลีเราก็ยังคิดว่าการรู้ความหมายนั นจำเป็นอยู่ดีทางออกก็มีสองแบบคือ

 

Let's learn Pali! nah!~~~

 

1. ให้คนไทยไปเรียนภาษาบาลีซะ อันนี้คงยากแน่เลยเพราะเรียนมาเพื่อใช้แค่นี้หลายคนคงคิดว่าไปเรียนภาษาอังกฤษไม่ดีกว่าเรอะ ได้ใช้อย่างอื่นด้วย  แต่ถ้าทุกคนเห็นชอบและมาเรียนภาษนี้ก็อาจเกิดปรากฎการณ์ปลุกภาษานี้ให้มีชีวิตอีก ซึ่งถ้าสมมติฐานของเราเป็นจริง ก็ต้องเปลี่ยนภาษาสำหรับบทสวดอีก

 

A Thai subtitle please...!

 

2. ทำคำบรรยายไทยไว้ที่บทสวด อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากทำมากเพราะจะทำให้คนได้รู้เรื่อง แต่หนังสืดสสดมนต์ปัจจุบันก็ทำไม่ดีซะเท่่าไร โดยการแยกคำแปลและบทสวดออกจากกัน ทำให้เวลาสวดเราก็ไม่รู้ความหมายอยู่ดี ทางที่เรานำเสนอคือทำคล้าย subtitle แปลบรรทัดต่อบรรทัดไปเลย โดยทำตัวภาษาบาลีให้ตัวใหญ่และพิมพ์สีดำ ส่วนคำแปลด้านล่างก็เป็นสีน้ำเงิน ตัวเล็กหน่อย เวลาสวดไปอ่านไปก็เข้าใจเพราะว่าเราจะมีสมาธิจากการสวดอยู่แล้ว เราพาให้สมาธินั้นไปจดจ่อกับความหมายดีๆ ของบทสวดก็จะได้ประโยชน์มาก ทั้งยังทำให้เราได้ศึกษาภาษาบาลีด้วย

 

I aim to make it as a free book in my burial ceremony. ^^

 

สิ่งนี้ตั้งใจจะบอกลูกหลานให้ทำไว้ให้เป็นหนังสือแจกงานศพเราน่าจะดีนะ

(สำหรับผู้เข้าใจ: หรือถ้าเรายังไม่มีลูกหลานก็รบกวนทำให้หน่อยนะถ้าเราตายก่อนที่จะได้จัดเลี้ยงกระเพาะปลาในงานแก อิิอิ)

 

Anyway, understanding is not matters. The people nearby can gain some spiritual benefits from various activities after the pray.

 

อย่างไรก็ดี หลังจากได้สังเกตพฤติกรรมของชาวบ้านแถวนั้นที่มาร่วมพิธีก็ทำให้เราเห็นประโยชน์ของการสวดมนต์แบบนี้อยู่เหมือนกัน ชาวบ้านบางคนก็ไม่สามาณถอ่านหนังสือออก แต่ก็จสวดตามที่เค้าได้ยิน อันนี้ก็เห็นว่าเค้ามีสมาธิจากการสวด และหลังจากการสวดแล้วก็มีกิจกรรมนั่งสมาธิอีก ซึ่งในขณะที่นั่งก็ไม่ได้ปล่อยให้นั่งเงียบๆ แต่พระก็จะพูดเรื่องธรรมะให้ฟังไปเรื่อยๆ ซึ่งเราคิดว่าเหมือนเป็นการทำให้สมาธิของแต่ละคนมาอยู่กะบคำสอน แทนที่จะอยู่กับลมหายใจแบบที่เราเคยเรียนมา

 

จะเห็นว่าเค้าก็มีวิธีที่แม้จะมีข้อบกพร่องในทางทฤษฎี แต่ก็สามารถใช้ได้จริงในสภาพสังคมแบบนี้


3月29日

การจราจรในกรุงเทพฯวันนี้


คำเตือน
ข้อความใน entry นี้ไม่มีเจตนาทางการเมืองใดๆ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นภายในขอบเขตของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมถึงข้อกฏหมายที่เกียวข้อง (ณ วันที่ 29 มีนาคม 2549)
 
หากผู้อ่านไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากการอ่านตีความให้สอดคล้องในเชิงการเมืองได้ กรุณาพิจารณาเลิกอ่านตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไป
 
ผู้เขียนไม่รับผิดชอบในกรณีการเมืองใดๆ ที่เกิดจากการนำ entry นี้ไปทำการอ้างอีงทั้งในทางอิเล็กทรอนิกส์หรือทางเอกสาร

 
Traffic jam because of mob.
 
จากกรณีที่กลุ่มผู้ประท้วงได้เดินขบวนไปอยู่บริเวณ Siam Paragon ทำให้การจราจรติดขัดและผมก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบนี้ แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงโดยการไปเกษตรฯ แทนแล้วก็ยังได้รับผลกระทบ รถขากลับติดแบบที่ไม่เคยติดมาก่อน
 
This behavior is unacceptable. I also have right of the road of Bangkok.
 
พฤติกรรมนี้เราไม่เห็นด้วยเพราะการใช้ถนนอย่างไม่ตรงจุดประสงค์นั้นเป็นการรบกวนสิทธิของผู้ใช้ถนนผู้อื่น
 
What I will do next: nothing.
 
เนื่องจากการกระทำใดในช่วงเวลานี้สามารถถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำที่หวังผลทางการเมือง เราจึงตัดสินใจไม่ทำอะไรในตอนนี้ แต่หากยืดเยื้อกว่านี้ไปเราคงจะต้องแสดงความเป็นเจ้าของสิทธิด้วยวิธีใดซักอย่าง (ยังนึกไม่ออก ฟ้องศาลดีมะ?)
 
Personal Suggestion: Mob is OK! But don't disturb our rights!
 
ม๊อบจะมีก็มีไป อย่ารุกล้ำสิทธิของประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าทำให้ยืดเยื้อกว่านี้ไปก็จะเป็นผลเสียต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วย ขอแนะนำให้ใช้พื้นที่บริเวณลานกิจกรรมของ Siam Paragon ก็พอแล้ว ไม่ต้องปิดถนนหรอก หรือไม่ก็เลือกชุมนุมเฉพาะเวลาที่การจราจรไม่เร่งด่วน
 
Election Count Down
 
อย่าลืมไปเลือกตั้งกันครับทุกคน

ตลกจังkk

วันนี้จะ post blog ตามรูปข้างล่างนี้ แต่มันโวยวายว่าเราใช้ภาษาที่ถูกห้ามอ่ะ ช่วยดูกันหน่อยว่าเป็นอะไร ^^
 
test: war
3月28日

GRE Schedule!

I've scheduled GRE General Test on the afternoon of June 19.  Wish me good luck!
 
วันนี้คุยกับหมิ่นเรื่อง GRE แล้วก็เลยมาลงทะเบียนสอบไปเลย ไปตายพร้อมๆ กัน เอ้ย ไปฟันคะแนนเต็มพร้อมกันต่างหาก หนังสือที่มีตอนนี้ก็ xerox จากพี่ไบร์ทมาสามเล่ม สู้ตายยยนะครับ
 
Current Project: Know-What System for Agricultural Domain
 
ตอนนี้กำลังจะเริ่มทำ project กับ NAiST Lab ที่เกษตรฯ ระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ i-Know ส่วนที่ทำนั้นเกี่ยวกับระบบที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถ query ข้อมูลได้จากการบอกว่าสิ่งที่หาเป็นอย่างไร เช่น "เมล็ดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.2 นิ้ว" ระบบเราก็จะบอกได้ว่าเป็น "หน่อไม้ฝรั่ง" ที่ทำก็เป็นการ implement ระบบที่พี่ที่ lab เขียน paper ไว้แล้วให้สามารถใช้งานได้จริง ไว้จะมาเล่าให้ฟังเริ่อยๆ
 
I've got more than tan!
 
ช่วงนี้สีผิวดำถึงดำที่สุดเพราะเพิ่งไปทะเลมา (แล้วก็จะไปอีกวันที่ 8 - 9 ยังไม่รวมเชงเม้งวันที่ 30 - 31) เลยคิดว่าปล่อยไปก่อนละกัน ไว้ช่วงหลัง 8 - 9 ก็คงจะได้ขาวขึ้นนิดหน่อยแหล่ะ (คนผิวสีเข้มมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนผิวสีอ่อนนะ)
 
I'm on diet! On the way to 70 kg!
 
กำลังพยายามลดอาหารและออกกำลังกายอยู่ ตอนนี้ใช้เทคนิคที่ว่าตอนอยู่ที่บ้านถ้าตักอะไรมากินแล้วก่อนกินก็จะตักออกครึ่งนึง (ตอนอยู่ข้างนอกทำไม่ได้เพราะเสียดายเงิน) และจะไม่กินอะไรหลังสามทุ่มรวมทั้งไม่นอนดึกด้วย จะพยายามลดลงให้ถึง 70 ครับ เอาใจช่วยกันด้วย
 
Need money!
 
สำหรับช่วงนี้ที่ส่งใบสมัครมากมายเลยต้องการใช้เงิน (อย่างน้อยก็ GRE 5,xxx บาท) เงินของ project ก็ยังไม่รู้ว่าจะเบิกออกมายังไงดี ส่วนป๊าม๊าก็ OK เรื่องเงิน แต่ก็ไม่อยากรบกวนท่านเลย ดังนั้นใครมีงานอะไรที่มีเงินมาบอกเข็มด้วยนะคร๊าบ
 
The year of Saraneeyakorn.
 
วันนี้เพิ่งได้ข่าวว่ามีน้องทีมสาราฯ ปีที่แล้วจับกลุ่มกันเตรียมทำหนังสือรุ่น โอ ตกใจมากมาย โทรถามไปมากลายเป็นว่าทั้งสาราฯ ตัวจริงปีนี้กับทีมปีก่อนไม่ได้โทรคุยติดต่อกันเลย ตอนนี้ก็บอกให้น้องมาคุยกันแล้วมารวมทำด้วยกันดีกว่า จะได้ได้หนังสือที่ดีๆ มีคนหลากหลายช่วยกันทำ หวังว่าผลคงออกมาโดยดี ไม่มีใครต้องเสียน้ำใจนะ
 
อยากให้น้องๆ คิดว่าเป็นความผิดเราเองละกันที่ไม่ได้ติดต่อให้ดีซะก่อน (โทษเราแล้วก็จะได้หายกัน ทำงานกันต่อด้วยกันได้โดยไม่ต้องตะขิดตะขวงใจจะดีกว่านะ) ไม่รู้ว่าน้องๆ จะคิดยังไงแต่ขอให้ออกมาด้วยดีละกันนะ
 
ที่รู้ๆ คือปีหน้าสาราณียกรจะกลับมารุ่งเรือง ฝ่ายข้อมูลก็มาแรงไม่แพ้กัน ปีนี้นี่ฟอร์มดีจริงๆ น้องๆ สู้ๆ
 
Vidyanusorn need money and reservation!
 
วิทยานุสรณ์หรือหนังสือรุ่นวิทยาฯ ก็ต้องการ sponsor และต้องการเงินมาหมุนด้วยอ่ะ ด้วยเหตุว่าเก็บเงินมัดจำ 100 บาท แทนที่จะเก็บ 350 ตามราคาหนังสือเลย ทำให้ต้องหาเงินมาออกก่อน น้องๆ ปีหน้าอ่านแล้วเก็บให้หมดเลยนะจ๊ะ
3月19日

Great Change

Amid the mist of uncertainty, there is always changes.  Either from the environment or from inside of ourself, changes always cause both good and bad.  The greater the change is, the greater its impact will be. Thus, the one who tries to change, undoubtly, face the huge decision.  A Hero or a villain, may be determined by the single thought.  As long as their will is strong and up to good, the decision is respectful.  One who have an influence to public is sure have the power to motivates the big change.
 
Among these dominators, there are both those who is willing to change and those who is not.  Either of them has the conscious of what they are doing is for the sake of their followers.  The question still arises, whether whom one thinks that is their follower.
 
These may elaborates what I am thinking and acting.  Personally, if the improvement is not sure to have the good outcome, I am not willing to change that.  This because the problem that I am coping can be the wicked problem.  Changing can cause many difficulties, some may deeper or harder.  Therefore, I would like to cope with the middle consequences from those problems.  With these, I can ensure that I can help without increasing complexity of the system.  There may be doubt that I let the problem falls into the hand of follwers.  I ensure that the problem that I can figure it out and passed on is not the deadly problem. Furthermore, I have the strong belief that without facing some problem, one can not gain the keener sense of how to cope with them.
 
Look at me! I look like Mr. know-it-all-but-do-nothing.  I kindly admit that it is what I am.  I may not the people who make a big impact. But I am sure that I do the right thing.  With the strong faith, I am sure that this can make the world better, in some sense.
 
I also accept that writing this in English is narrowing the audiance.  In contrary, I think that only people of strong will that I want them to read this.  Thus, at this point,I encourage anyone who have read this to give some comments, either in English or not.  Please share your idea.  Hopefully, your idea may gives the unblind me, and the others.
3月16日

Usually Unusual

วันนี้อยากทำอยู่สามอย่าง
 
1. ว่ายน้ำ
2. ไปฟังบอล present
3. ไปถ่ายรูปที่สวนจตุจักร
 
แต่เนื่องจากเมื่อวานเพิ่งไปบริจาคเลือดมา วันนี้เลยรู้สึกเพลียๆ แม่ก็แนะนำว่าให้พักบ้างเพราะหมู่นี้ออกจากบ้านทุกวัน เลยนั่งๆ นอนๆ อ่าน paper อ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน แต่ก็เกิดอยากจับกล้องขึ้นมา เลยถ่ายข้าวของบนโต๊ะตัวเองได้เป็นภาพดังที่เห็นนี้แล
3月15日

Information Privacy

ได้ยินมามาก วันนี้เพิ่งเจอกับตัวเอง
 
วันนี้ได้หาเว็บของน้องชามาจากการเจอ link ผ่านเว็บน้องเชาว์ และน้องโอ ตามลำดับ
แล้วก็เข้าไป comment เว็บไว้ด้วย
 
รู้สึกว่าการที่หาข้อมูลส่วนตัวจากเน็ทนี่เริ่มหาได้มากขึ้นทุกวัน กลัวว่าซักวันจะไปละเมิดใครเค้าเข้าโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ดังนั้นจะเผยแพร่ข้อมูลอะไรไว้บนเน็ทก็ให้ระวังหน่อยนะ
 
ขอโทษทีนะน้องเอ๋ย