iNmO_Khem 的个人资料Khem at next step of lif...照片日志列表 工具 帮助

日志


4月10日

บายเนียร์ math com

Breezy sea
Shiny stars
Tiny me

การนั่งริมหาดเขียน blog นับเป็นบรรยากาศใหม่ทียังไม่เคยทำมาก่อน

เรายเคยเขียนเล่าส่าได้ไปเที่ยวไหนมาหลายครั้งแล้ว

คราวนี้ลองเขียนบรรยายความรู้สึก ขณะนี้ึของตัวเองดีกว่า มันอาจจะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นก็ได้นะ

 

20:12

ชายหาดไม่ค่อยเงียบเหมือนตอนที่เดินอยู่

มีคนมาเดินกันเยอะมาก ครึ่งหนึ่งก็รู้สึกรำคาญ แต่อีกครึ่งหนึ่งก็รู้สึกไม่เหงาดีเมือนกันคนมากหน้าหลายตาที่ไม่รู้จัก มีทั้งเด็กที่วิ่งเล่นกัน ผู้ใหญ่ที่ออกมาเดินทอดน่อง หนุ่มสาวเดินจับมือกัน เป็นอีกภาพหนึ่งของชายหาดแม่รำพึง

ทำไมต้องรำพึงด้วยหล่ะ

? อาจมีตำนานที่เราไม่รู้อยู่ก็ได้ แต่ก็ช่างมันปะไร

เสียงคลื่นที่ซัดฝั่งมาอย่างต่อเนื่อง

แม้จะไม่ดป็นจังหวะ ก็ให้ความรู้สึกขลังไปอีกแบบ

พระจันทร์ครึ่งดวงบนท้องฟ้า

และดาวที่เมฆบัง ต่างก็ไม่สามารถสาดแสงให้ผืนทรายมากเท่ากับแสงจากหลอดนีออนที่เรียงรายอยู่ข้างหาด

จะมีอีกซักกี่หาดที่แสงจันทร์จะเรืองรองให้ความสวยงามให้แก่หาดมากกว่าแสงสังเคราะห์เหล่านี้

ย้อนถอยหลังในวันนี้

ได้คุยสัพเพเหระกับเพื่อนๆ ยาวตั้งแต่บนรถจนถึงที่พัก รู้สึกว่าไม่ได้คุยแบบนี้มานาน...หรือว่าไม่เคยได้คุยแบบนี้กันแน่?

แสงไฟครึ่งด้านซ้ายดับลง

... เริ่มหายเมื่อยแล้ว ลอ'ไปเดินเละหาดฟังเพลงต่อดีกว่า

 

22:28

อยู่กลางวงไพ่

slave มาได้ซักพักแล้ว ง่วงนิดหน่อยแต่ก็ยังสนุกอยู่

 

23:23

ง่วงจัง ในที่สุดก็ได้นอนอยู่บนเตียงซะที กู้ดไนท์

 

 

อืม... ไม่ค่อยได้บรรยายความรู้สึกเลยเนอะ... แต่ช่างเหอะ

...คราวนี้รูปไม่สวยเลยนะ เสียดายจัง...

3月24日

ทริปเกาะล้าน

กลับมาแล้วครับกับทริปผู้ว่าฯ ลองดูรูปส่วนนึงนะครับ เดี๋ยวต้องไปสัมมนาสโมฯ ต่อแล้วครับ
 
แล้วจะกลับมาอัพรูปให้ดูใหม่
 
(แอบบอกว่าสนุกมาก ใช้เงินไปรวมค่ารถแล้วทั้งหมด 500 เอง ได้ Banana Boat, Sea Walker, Parachute ด้วย วิ๊วๆๆ
3月21日

ไม่ไหวแล้ว

วันนี้รู้สึก "ไม่ไหวแล้ว" เลยจะไปหาที่ผ่อนคลายถ่ายรูป
 
คุณอ๊อดแนะนำมาว่าให้ลองไปแถวสถานีดับเพลิงบางรักดู
 
ไปหล่ะ แล้วจะเอารูปมาโพสท์ให้ดูนะ

กลับมาแล้วววว
ไปมาหลายที่เหมือนกันนะนี่วันนี้ ลองดูรูปเอานะครับ "Bangkok Retro"
 
ดูๆ แล้วมีแต่สีสดๆ ทั้งนั้นเลยนะ สงสัยติดสไตล์คุณอ๊อดมาป่าวเนี้ย saturation เยอะๆ
(แต่มันกระชากอารมณ์ดีนะ)

Royal Flora Ratchaphruek 2006

ราชพฤกษ์ 2006 อยากไปมากๆ เล้ยยย

http://www.royalfloraexpo.com/


  น้องคูน เป็น Mascot หรือสัญลักษณ์ตุ๊กตางานมหกรรมพืชสวนโลก นำทีมตุ๊กตาราชพฤกษ์ออกทัวร์ ออกทัวร์ทั่วไทย เชิญชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก  ซึ่งเป็นศูนย์รวมจัดแสดงพืชพรรณไม้ดอกไม้ประดับเขตร้อนกว่า 2,200 ชนิด กว่า 2 ล้าน 5 แสนต้น สู่สายตานานาประเทศทั่วโลก

ผมชื่อ  "น้องคูน" ส่วนชื่อจริงนั้นเรียกว่า "ราชพฤกษ์" ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติไทย ผมขอรับอาสาเป็นหัวหน้าทีมพาเพื่อนๆเที่ยวงาน "ราชพฤกษ์ 2549" อันที่จริงเห็นผมตัวแค่นี้ แต่ผมเป็นคนที่รักการผจญภัย และรักธรรมชาติมาก แถมยังชอบความผาดโผน และใฝ่หาความรู้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยความที่ชอบคิดอะไรใหม่ๆ ผมจึงชอบคิดหาวิธีเล่นแผลงๆให้กับเพื่อนๆอยู่เสมอ

น้องกุหลาบ ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน "ดอกกุหลาบควีนสิริกิติ์" ดอกกุหลาบลูกผสมระหว่าง Colour Wonder และ Golden Giant เป็นกุหลาบประเภทดอกใหญ่ (Hybrid Tea) มีลำต้นแข็งแรง ตัวกลีบดอกสีเหลืองขอบสีแดงระเรื่อ ลักษณะซ้อนกันหลายชั้น และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ "กุหลาบ" เป็นสาวสวยสาวสวยประจำกลุ่มที่มีความอ่อนหวาน เฉลียวฉลาด อ่อนน้อมถ่อมตน ใจเย็นและรอบคอบ เป็นหญิงสาวสมัยใหม่ทันสมัยแต่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติของกุลสตรีไทยที่ชอบทำกับข้าวและเย็บปักถักร้อย

นารี ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน ดอกกล้วยไม้รองเท้านารี เป็นเจ้าหญิงน้อยจอมซนซึ่งอาศัยอยู่ข้างบ้านของ"กุหลาบ" ความที่ "นารี" มีบุคลิกที่ค่อนข้างซุกซนจึงมักจะก่อเรื่องวุ่นวายให้กับคนรอบข้าง แต่ด้วยความเฉลียวฉลาด หรือบางทีเป็นการฉลาดแกมโกง "นารี" จึงมีเรื่องตลกมาให้เพื่อนๆ พี่ ๆ ได้หัวเราะกันเสมอ

บัว ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน ดอกบัว "ราชินีแห่งไม้น้ำ" สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผุดผ่อง และคุณงามความดีในพุทธศาสนา "บัว" จึงมีบุคลิกของสาวสวยที่คงรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีไทยไว้อย่างเคร่งครัดทุกกระเบียดนิ้ว การที่ "บัว" เติบโตอยู่ในตระกูลผู้ดีเก่าจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาการทำอาหาร- ขนม การร้อยมาลัย และการแกะสลักผักผลไม้ ฯลฯ มาจากในวัง "บัว" เป็นหญิงไทยเต็มร้อย จึงมีนิสัยอ่อนแอ ชอบร้องไห้ ขี้หวาดกลัว ในกลุ่มเพื่อนบัวจะสนิทกับกุหลาบ เพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นทั้งคู่มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ

ก้านยาว ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน "ทุเรียน" ผลไม้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นราชาของผลไม้ "ก้านยาว" เป็นหนุ่มเมืองจันท์ มีร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ และด้วยความที่เป็นหนุ่มอารมณ์ดี ขี้เล่น มองโลกในแง่ของความเป็นจริง และเป็นตัวตลกประจำกลุ่มที่สร้างรอยยิ้มให้เพื่อนๆ ได้เสมอ จึงเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พูดคุยด้วย นอกจากนี้ก้านยาวยังเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ รักการเรียนรู้ทางการเกษตรและพันธุ์พืชเขาจึงชอบเข้าไปคุยกับตาทุ่งซึ่งทำให้เขามีความรู้ด้านการเกษตรมากขึ้นอีกด้วย

มังคุด ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน "มังคุด" ราชินีของผลไม้ เป็นผลไม้เมืองร้อนที่มีรสชาติหวานอร่อย เนื้อในมีสีขาวสะอาด "มังคุด" เป็นขวัญใจของหนุ่มก้านยาว เป็นสาวไฮโซที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ชอบความหรูหรา รสนิยมทันสมัย และหลงตัวเอง ชอบการแสดงออกทั้งการร้องเพลง รวมไปถึงการถ่ายแบบและมีวิธีการพูดจาเป็นภาษาสมัยใหม่ประเภทไทยคำฝรั่งคำ

ฝักบัว ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน "ฝักบัวรดน้ำ" เป็นหนุ่มน้อยผู้คอยดูแลสวน รักการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ในแต่ละวันจะคอยรดน้ำ พรวนดินและคอยดูแลเอาใจใส่ต้นไม้ ดอกไม้ทั้งหลายให้เติบโตและเบ่งบาน เวลาเพื่อนๆทะเลาะกัน ฝักบัวจะเป็นคนคอยห้ามเสมอๆ จึงเป็นที่รักของผองเพื่อน

จ้อน ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน "ผักกาด" ที่มีต้นกำเนิดอยูในทวีปเอเชีย "จ้อน" เป็นเด็กน้อยจากยอดดอยผู้รักการผจญภัย และใฝ่ฝันจะเดินทางรอบโลก เพื่อให้จอผักกาดได้เป็นอาหารระดับโลก "จ้อน" มีนิสัยขี้หงุดหงิดและชอบโวยวาย ชอบทำตัวเปิ่นๆ เชยๆ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ชอบคิดว่าตัวเองเท่ห์และเก่งกล้า แต่เวลาพอเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา จ้อนก็มักจะหลบหนีไปก่อนอยู่เรื่อย "จ้อน" มีปฏิญาณว่าจะต้องแกล้งนารีให้ได้สักครั้ง แต่ทว่าจ้อนก็ต้องแพ้ภัยตัวเองอยู่เสมอ

และสุดท้าย "ตาทุ่ง" คุณตาใจดี ที่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สื่อแทน "หุ่นไล่กา" ซึ่งเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ของชาวนา ทำหน้าที่ยืนตากแดด ตากลม สู้ฝน เพื่อไล่ฝูงนกกาไม่ให้ลงมาทำลายแปลงนาข้าว "ตาทุ่ง" มักจะมีเรื่องราวมากมายมาเล่าให้หลาน ๆ ฟังจึงเป็นที่รักของเด็กๆ เพราะนอกจากนิทานสนุกๆ แล้ว ตาทุ่งยังเป็นแหล่งความรู้และที่ปรึกษาชั้นเยี่ยมอีกด้วย โดยเฉพาะกับ "ก้านยาว" หนุ่มเมืองจันท์ที่มักจะแวะเวียนมาหาตาทุ่ง เพื่อขอความรู้ในด้านทำการเกษตรและเรื่องของความรักซึ่งตาทุ่งไม่เคยทำให้ก้านยาวผิดหวัง

1月3日

Supanburi

This blog is in Thai because I have no time to translate it. (some information needs background in Thai social to understand). In addition, most content is just my journal. Anyway, you can enjoy photos.
 
เริ่มออกจากกรุงเทพฯ เวลา  7:30 สายนิดหน่อย แต่เพราะว่าเพิ่งเริ่มหยิบนู่นหยิบนี่เมื่อตอนเช้านี่เอง ทางไปสุพรรณนั้นง่ายมากขับรถตรงไปทางทางหลวงหมายเลข 340 ไปเรื่อยๆ เลย นั่งรถไปได้ซักพักก็แวะปั้ม Jet ซื้อข้าวกล่องของ Jiffry มากิน โอ้วมันเยี่ยมมาก ข้าวหมูเกาหลีกับไข่ดาวอุ่น microwave แล้วอร่อยกว่าข้าว easy go เป็นตันเลย ผลัดกับพ่อมาขับรถบ้าง
 
9:00 มาถึงที่สวนภัทรราชินี ที่มีหอบรรหารฯ นั่นแหล่ะ แต่สวนยังไม่เปิดเลยไปไหว้ศาลตา-ยายที่อยู่ติดกันก่อน แล้วพี่ที่อยู่ที่นั่นก็แนะนำให้ไปเที่ยววัดป่าเลไลก์
 
9:30 มาถึงวัดป่าเไลก์มานมัสการหลวงพ่อโต คนมาที่นี่เยอะมากแต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัดมากนัก พอมาที่นี่มีแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวเลยตัดสินใจไปแวะวัดอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ด้วย ตอนนี้กลายเป็นว่าแผนเที่ยวที่วางมาสองวันแทบจะเสร็จได้ในวันเดียว ดีจัง
 
ขับตามทางมาเรื่อยๆ แล้วแวะถ่ายรูปที่เสาหน้าศาลหลักเมืองนิดหน่อย แล้วก็ว่าจะแวะที่วังมัจฉา แต่ผ่านวัดพระศรีมหาธาตุก่อน เลยแวะเข้าไปถ่ายรูปซะหน่อย 10:30 ตัวพระธาตุเองค่อนข้างสมบูรณ์มากเลย (เหมือนกับว่าเพิ่งได้รับการบูรณะมาไม่นานนี้เอง) ถ่ายรูปเสร็จก็ไปที่วังมัจฉาวัดพระนอนกันต่อ
 
11:00 มาถึงวัดพระนอนแล้ว ที่นี่ดังเพราะสองอย่างคือ มีพระพุทธรูปที่นอนหงาย (ปกติพระพุทธรูปปางไสยาสน์จะนอนตะแคง) แล้วก็มีแม่น้ำที่มีปลาเยอะมากๆ เห็นปลาแล้วอดคิดไม่ได้ว่าถ้าไม่มีคนมาให้อาหารแล้วมันจะอยู่กันได้ไงเพราะมีเยอะมากจริงๆ วัดอื่นๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำนี้ก็มีการให้อาหารปลาแบบนีเช่นเดียวกัน
 
12:00 กลับมาถึงสวนภัทรราชินีอีกที คราวนี้ก็ได้ขึ้นไปดูหอบรรหารฯ เลยเนื่องจากเอารถเข้าไปจอดข้างใน เสียค่าเข้าชมหอคนละ 40 บาท (ไม่รวมค่าจอดรถ 20 บาทนะ) เพราะว่าบัตรเข้าชมขายตอนที่เอารถเข้ามา ถ้ามาซื้อข้างในเองจะเป็นคนละ 30 บาทเอง (รู้สึกแปลกๆ) เค้าให้ขึ้นลงโดยลิฟต์เท่านั้น การยืนรอเสียเวลาพอควรเพราะว่ามีคณะลูกเสือจากโรงเรียนมาดูกัน ขึ้นไปแล้วก็สูงดี มองเห็นรอบๆ ได้ แต่ก็ไม่น่าประทับใจนัก (อาจจะเป็นเพราะตอนกลางวันก็ได้) ที่นี่มีของฝากขายเยอะเหมือนกัน ก็งั้นๆ สรุปก็คือ "ได้ขึ้น" นั่นเอง อ้อ ก่อนขึ้นไปก็เดินเที่ยวที่บริเวณสวนข้างล่าง เค้าจัดเป็นสวนสาธารณะ มีน้ำพุเต้นระบำ (คือเปิด/ปิด ตามจังหวะเพลง) และมีรูปปั้น "อาชา-ศิลป์" ซึ่งเป็นรูปม้าด้วย สวยดี (ตั้งชื่อล้อนามสกุล ศิลปอาชา ของบรรหาร) สวนสาธารณะก็บำรุงดีเหมือนกันทำให้รู้สึกว่าค่าตั๋วที่จ่ายให้ไปก็คุ้มซักหน่อย มื้อกลางวันก็กินไอติมและไส้กรอกกันตอนอยู่บนหอนั่นแหล่ะ ขาลงมาคนโล่งมากเพราะพวกลูกเสือกลับกันไปแล้ว
 
จากนั้นก็ออกมาจากหอแวะ lotus ซื้อแก๊สสำหรับเตาปิ๊กนิกแล้วก็สเบียงนิดหน่อย มุ่งหน้าไปบึงฉวาก ที่เค้าบอกว่ามีอุโมงค์ปลาด้วย แต่ไม่ยาวเท่าไร 14:30 ก็มาถึงบึงฉวาก ที่บึงกว้างมาก และมีหลายอย่างให้ดู เช่น สวนสัตว์ อุทยานผักสวนครัว แต่ว่าเราอยากดูปลาอย่างเดียว (สวนสัตว์ไปดูเขาดินก็ได้) มาถึงที่แล้วพบว่าคนเยอะมากกกกก ที่ zone นั้นมีอุโมงค์ปลา แล้วก็มีสวนจระเข้ เนื่องจากแม่เราอยากดูการแสดงจระเข้เลยเดินข้าไปดูกันก่อน ปรากฎว่าติดอยู่ในนั้นนานมากเพราะทางเดินมันแคบๆ แล้วก็คนเยอะ รู้สึกเหมือนติดกับ พอออกมาได้เลยเลยได้เข้าไปดูอุโมงค์ปลาน้ำจืด มีความรู้สึกเหมือนว่าเป็นตู้ปลาใหญ่ๆ (เหมือนที่เคยไปเห็นที่บางแสน) แล้วมีท่อให้ลอดเข้าไปได้เอง ความยาวอุโมงค์ประมาณ 8 เมตร ก็น่าจะประทับใจถ้าได้อยู่ถ่ายรูปในอุโมงค์นั้นนานๆ หน่อย แต่เนื่องจากความคับคั่งของฝูงชนก็เลยได้ "เดินลอด" อุโมงค์มา รู้สึกไม่คุ้มเท่าไรกับค่าเข้า แต่ก็เดินดูปลาในตู้อื่นๆ และถ่ายรูปมาได้บ้าง สวยดีเหมือนกัน แวะกินมื้อเย็นกันที่โรงอาหารข้างในบึงฉวากนั่นแหล่ะ อาหารคุณภาพดี ราคาตึกจุล รู้สึกดีกับที่นี่ตรงนี้นี่เอง
 
เดินทาต่อ วิ่งรถยาวมาที่อุทยานแห่งชาติพุเตย ขับมานานและแวะถามคนข้างทางหลายครั้งดี กว่าจะขึ้นมาถึงก็ 18:45 ซะแล้ว มันเริ่มจะมืดแล้ว ไม่ทันถ่ายพระอาทิตย์ตกดินด้ว และก็ได้รับข่าวร้ายว่าจุดที่เราจะไปดูมันต้องใช้รถ 4WD แล้วรถที่ให้เช่าก็หมด (ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าโทรมาถามแล้ว บอกว่ามีให้เช่า) เลยได้แค่กางเตนท์อยู่บนที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตื่นเช้ามาก็ไม่มีวิวให้ถ่ายรูปเท่าไร แต่การได้กินอะไรโดยการปิ้งๆ ย่างๆ กับครอบครัวก็เป็นความรู้สึกที่ดี
หลังจากถามเจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าแถวนั้นก็มีที่น่าเที่ยวเลยเก็บเตนท์แล้วมุ่งหน้าออกมาสู่วัดถ้ำเขาวง ระหว่างทางแวะดูต้นไม้ยักษ์ด้วย ใหญ่ดี ไม่มีอะไรมาก 11:30 มาถึงวัดน่าตื่นตามากตรงที่วัดเป็นเรือนไทยทั้งหมด พ่อถามคนแถวนั้นแล้วบอกว่าเป็นเรือนไทยเก่าที่เอามาประกอบใหม่เอง เรือนทั้งหมดยังทำไม่ค่อยเสร็จดีนัก แต่ก็สวยข้างหลังวัดมีถ้ำที่พระใช้วิปัสสนา เดินเข้าไปไม่ไกลเท่าไร ระหว่างทางสังเกตเห็นทางน้ำ ที่นำน้ำลงมาจากเขา มาใช้ในบริเวณวัด แล้วยังต่อลงมาทำเป็นน้ำตกเล็กๆ ด้วย ทางวัดเลยไม่ต้องมีค่าน้ำเลย
 
13:00 มาที่ถ้ำพุเตยเดินขึ้นไปไม่ไกลนัก เข้าไปในถ้ำมืดมากๆ ไฟฉายที่เอามาเองไม่ค่อยสว่างเท่าไร แต่ก็โอเค เข้าไปไม่ค่อยมีอะไรให้ดูเลยเพราะมืดๆ ส่องไฟไปก็ไม่ค่อยสวยเลยถ่ายภาพมาได้นิดเดียว แต่เค้าบอกว่าถ้ำนี่สวยติดอันดับหนึ่งในสิบของไทยด้วยนิ (เคยไปดูถ้ำที่ภาคใต้มาสวยกว่านี้เยอะ)
 
18:00 กลับมาถึงดอนเจดีย์แวะถ่ายรูปนิดนึงแล้วก็กลับกรุงเทพฯ รถเยอะจังเลย
เป็นทริปที่ประทับใจเพราะว่าได้ไปกับพ่อแม่ แต่ว่าเฉยๆ กับสถานที่เที่ยวกับบรรยกาศนะ
 
ส่วนรูปก็ลองดูใน album เอาละกัน (ลอกอ๊อดมา) ชอบรูปไหน comment บอกด้วยน๊า
10月3日

Family Day

Today, my parent and I went to Asokaram monastery, joining the ordination of my mother's friend's boy. The ordination is OK. The monastery has very vast area. I've posted some photos for it.
 
After the ceremony finish, we went to Bangpuu Resort and have some snak. It is quite good, nice breeze and nice view. My father told me that there will be many seagulls  here in next month. Hence, we decided to come back here again sometimes for family dinner.
 
Lastly, we drop by Erawan museum. There's quite big Erawan statue as you may noticed in photos below. There's 3 floors. the netherworld, the world, the heaven. Netherworld floor is the antiques museum. The world floor is the shrine. The heaven floor, which is in the Erawan's body, is the shrine. The decoration is very beautiful.
 
The entrance fee is 150 bath/person. However the ticket can discount on the Ancient City entrance fee for 50 baht.
4月20日

เยี่ยมโรงกลั่น Esso

วันนี้ไปเยี่ยมโรงกลั่นศรีราชาของ Esso มา นั่งรถไป-กลับร่วม 4 ชั่วโมง แต่ได้ไปดูจริงๆ ยังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ไปแค่วนรถดูรอบๆ เอง เพื่อนๆ ที่ไปทำงานที่นั่นดูมีชีวิตชีวากันมาก และสนิทกันมากด้วย ดูเหมือนเค้าได้ประสบการณ์การทำงานมากกว่าเราอีก จริงๆ แล้วเค้าไม่ให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่ก็เอามาให้ดูละกัน ไปทัวร์ครั้งนี้ได้ลงจากรถไปฟังการบรรยาย process ทั้งหมด ประมาณชั่วโมงกว่า แล้วก็นั่งรถดูรอบๆ โรงกลั่นประมาณยี่สิบนาที แล้วก็ออกไปกินอาหารที่ร้านแถวนั้น ชื่อว่าร้านปะการัง อาหารก็ใช้ได้ บรรยากาศเป็นแถบท่าเรือก็เลยไม่มีอะไรมากมายเท่าไร